เศรษฐี…ซื้อประกันด้วยเหตุผลอะไร

Contact Us

รวยอยู่แล้ว ต้องซื้อประกันด้วยเหรอ เป็นความสงสัย ของหลายๆคนมีหลายประเด็นที่…เศรษฐี…ซื้อประกัน ผมขอเล่าจากประสบการณ์จริงในการวางแผนการเงินให้กับลูกค้าแต่ละท่านก็อาจจะมีแนวคิดที่ไม่เหมือนกัน สรุปได้เป็น 4 เรื่องหลักๆดังนี้ครับ 

#สร้างทรัพย์สินเพิ่มอย่างง่ายให้ครอบครัว

การซื้อประกันชีวิต ที่เน้นความคุ้มครองสูง หรือ…ทุนประกันก้อนโต ด้วยการจ่ายเบี้ยประกันก้อนเล็ก จะเรียกว่าเป็นการจ่ายไหม ผมมองว่า เป็นการย้ายเงินเก็บมากกว่า คือย้ายจากบัญชีธนาคาร ไปอยู่กับบริษัทประกัน โดยใช้เงินเพียงก้อนเล็กๆ เพื่อสร้างทรัพย์สินหรือกองมรดกก้อนใหญ่ ให้กับครอบครัวทันที เช่น ซื้อประกันชีวิตที่ทุนประกัน 300ล้าน เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต มรดก 300ล้าน ส่งต่อทายาททันที เป็นทรัพย์สินก้อนโตส่วนเพิ่ม  และเงินมรดกก้อนโตนี้ ยังไม่เสียภาษีอีกด้วย 

#จัดสรรการรับให้ กรณีเจ้าของมรดกยังมีชีวิตอยู่

เรียกง่ายๆ ทยอยมอบทรัพย์สินให้ลูกนั่นแหละ*** กฏหมายกำหนดภาษีการรับให้ กรณีเป็นทายาท ส่วนเกินมูลค่า 20 ล้านบาท เสียภาษี 5% การวางแผนการมอบมรดก อีกวิธีหนึ่งคือ…การทยอยส่งมอบทรัพย์สินในแต่ละปี เพื่อไม่ให้ทายาท รับภาระภาษีมากจนเกินไป ก็สามารถทยอยโอนให้ทายาทแต่ละคน ปีละไม่เกิน 20ล้านบาท แต่กรณีที่มีทายาทหลายคน ก็อาจเป็นปัญหาตามมาระหว่าง ทายาท >>> ก็เป็นไปได้

แต่อีกวิธีคือการส่งมอบเป็นทรัพย์สิน เพื่อได้สิทธิประโยชน์ทาง>>>ภาษี คือ การทำประกันชีวิตเพื่อรับสินไหมมรณะกรรมหรือ การทำประกันชีวิตเพื่อการออม เช่น ต้องการส่งมอบเงิน 200ล้านให้ทายาท1คน ถ้าโอนทันที เสียภาษี 180×5% = 9 ล้านบาท เปลี่ยนเป็นทำประกัน ส่งเบี้ย ปีละ 20ล้านบาท 5ปี เงิน 100ล้าน อยู่ในกรมธรรม์ที่เป็นชื่อทายาทเรียบร้อย และอยู่ในที่ๆปลอดภัย>>>ไม่เสียภาษี

ส่วนที่เหลือ 100 ล้านบาท…ถ้ากรณีโชคร้าย เจ้ามรดกเสียชีวิต เงิน 100ล้านบาท จะ ถูกส่งมอบต่อทายาท ก็ไม่เสียภาษีอีกเช่นกัน…เพราะกฎหมายกำหนดไว้ มรดกส่วนที่เกิน 100ล้านบาท จึงจะเสียภาษีในอัตราที่กำหนด*** นี่คือการบริหารภาษี อีก 1 วิธีครับ

#คุ้มครองธุรกิจ                 

คนรวยส่วนใหญ่มักร่ำรวยจากการสร้างธุรกิจ แต่การทำธุรกิจ น้อยคนนักจะใช้เงินลงทุนส่วนตัว ส่วนใหญ่ใช้สินเชื่อธนาคาร วงเงินสูง..ดอกเบี้ยเงินกู้ย่อมได้อัตราพิเศษ เก็บเงินสดไว้ดีกว่า

นี่คือเหตุผลที่ผมเคยได้ยินมาหลายๆท่าน แต่การที่จะบริหาร จนทำให้ธุรกิจเติบโต ก็ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และอีกหลายๆด้าน ประกอบกัน ถ้าเจ้าของ ที่ก่อร่างสร้างธุรกิจมา ต้องล้มหายตายจากไปล่ะ สิ่งที่เหลืออยู่…คือหนี้ก้อนโต แล้วคนที่จะบริหารธุรกิจได้ดีต่อเนื่องล่ะ

จะมั่นใจหรือไม่ ทายาทบางคน ยอมขายธุรกิจไป เพราะไม่มั่นใจ ในฝีมือการบริหารของตนก็มีไม่น้อย การทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ จึงช่วยสร้างความมั่นใจ ให้กับเจ้าของธุรกิจ…เมื่อ วันที่เขาจากไป เงินค่าสินไหม จะสามารถ ปิดภาระหนี้สินก้อนโต หรือ มีเงินหมุนเวียนธุรกิจเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทายาท ได้บริหารงานต่อ อีกสักระยะ จนมั่นใจว่าจะบริหารงานได้ อย่างมืออาชีพ และเติบโต เช่นเดิม ผมเชื่อว่า ไม่มีใครที่อยากเห็นธุรกิจ ที่สร้างมา ต้องล้มหายตายจาก ไปพร้อมกับตัวเอง… ที่สร้างมาจนเติบโต ก็เพื่อครอบครัวทั้งนั้น

#ไม่ชอบความเสี่ยง

เคยมีโอกาสได้คุยกันคนรวยมากหลายๆท่าน ส่วนใหญ่มักไม่ชอบการลงทุนที่มีความเสี่ยง อาจเป็นเพราะ…การทำธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าต้องแลกกับความรู้ความสามารถ ทุ่มเท ทั้งแรงกายและแรงใจให้กับธุรกิจนั้นๆ ทรัพย์สิน เงินสด หรือผลกำไรที่สร้างมา จึงไม่อยากลงทุนกับอะไรที่มีความเสี่ยงอีกแล้ว… ประกันสะสมทรัพย์ จึงเป็นอีกหนึ่งคำตอบ เพราะปลอดภัย

นี่ก็เป็น 4 เหตุผลใหญ่ของนักธุรกิจหรือเศรษฐีที่ใช้ประกันชีวิตในการบริหารความเสี่ยงครับ

วรเศรษฐ์ สินโสภณพงศ์ AFPT™ – CEO